นิตยสารออนไลน์รายสองเดือนสำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงานประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย

ทำใจสงบและทำงานจากที่บ้าน: วิธีการที่พ่อแม่ชาวเดลต้าอยู่อย่างสงบและมีประสิทธิผลในช่วงโควิด-19

บทความโดย Kimi Sun, DET Marketing

การทำงานจากที่บ้านฟังดูเป็นอะไรที่แสนวิเศษณ์ ลองจินตนาการว่ามีกาแฟสักถ้วยกับเค้กวางอยู่บนโต๊ะ และเปิดเพลงที่คุณชื่นชอบเหมือนกับอยู่ในร้านกาแฟร้านโปรดของคุณ จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถควบคุมการทำงานของด้วยเองได้ 100% ในตอนนี้ ผลกระทบของโควิด-19นั้นทำให้หลายคนต้องทำงานจากที่บ้านและตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าการทำงานที่บ้านนั้นไม่ได้ดีอย่างที่เราเคยคิด โดยเฉพาะถ้ายิ่งถ้าคุณมีเด็ก ๆ อยู่ที่บ้านด้วย

ที่บ้านของฉันมีเด็กอยู่ 3 คน คนแรกคือลูกชายของฉันอายุ 19 เดือน ทุกวันเขาจะตื่นเวลา 6.00 – 7.00 น. ต่อมาคือหลานชายอายุ 4 ขวบ ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม และหลานสาวอายุ 8 ขวบ ตอนนี้ต้องเรียนจากที่บ้าน การดูแลเด็ก ๆ นั้นเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก ดังนั้น การหาคนมาช่วยจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น โชคดีที่ฉันมีพี่เลี้ยงและสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ มาคอยช่วยดูแลลูกชายและหลาน ๆ ซึ่งนั่นช่วยให้ฉันมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น แต่ในฐานะแม่ฉันยังคงทำงานหลายอย่างพร้อมกันตลอดเวลาอยู่ดี!

หลานชายและหลานสาวกำลังทำการบ้านด้วยกัน

เกือบทุกเช้า ฉันจะทำงานอยู่กับหลานสาวผู้ซึ่งเธอต้องเรียนหนังสือจากที่บ้าน การเรียนจากทางไกลเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคนทุกช่วงอายุ ดังนั้น อย่าคาดหวังเลยว่าเด็กวัย 8 ขวบจะอ่านและเข้าใจการเรียนการสอนในชั้นเรียนของเธอทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีวิดีโอให้ดู แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อพูดถึงวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือชั้นเรียนพิเศษที่บ้านนั้น เธอต้องการความช่วยเหลือ เพื่อช่วยให้เธอทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสมบูรณ์และมันยากมากที่จะอยู่ภายในเวลาเรียนที่กำหนดไว้ แต่ข้อดีของการเรียนจากบ้านคือเธอสามารถยืดเวลาเรียนได้ตามต้องการ

ลูกชายและหลานชายของฉันมักจะเล่นด้วยกันอยู่เสมอ หรือฉันควรจะพูดว่าสร้างปัญหาดี พวกเขามักจะวิ่งไปรอบ ๆ แย่งของเล่นกัน ร้องไห้และตะโกนเสียงดัง พวกเขาเสียงดังมากจนเหมือนบ้านกำลังจะระเบิด! ยังดีที่ฉันมีพี่เลี้ยงคอยดูแลพวกเขา ซึ่งนั่นทำให้ฉันสามารถหนีออกมาจากความวุ่นวายและสามารถทำงานได้จริง ๆ แต่พวกตัวป่วนก็ชอบที่จะเข้ามาหาฉันในตอนที่ฉันประชุมหรือมีเรื่องด่วน แต่บางครั้งฉันก็ถูกขัดจังหวะการทำงานด้วยเรื่องที่ไม่คาดคิดอย่างเข้ามาโชว์สิ่งใหม่ ๆ ที่เขาได้เรียนรู้มา เช่น คำศัพท์ เพลง หรือท่าเต้นน่ารัก ๆ

ลูกชายของฉันกำลังเพลิดเพลินกับมื้อกลางวัน

นี่คือหน้าที่งานของฉันในฐานะคุณแม่ที่ต้องทำงานจากที่บ้าน:

  • รักษาปริมาณงานและเวลาทำงานเหมือนทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ (7:40 น. ถึง 17:30 น.)
  • ดูแลเด็ก ๆ ในตอนที่สมาชิกในครอบครัวคนอื่นไม่สามารถช่วยดูแลได้
  • รับมือกับสถานการณ์ของเด็ก ๆ อย่างเด็ดขาด
  • คอยช่วยเหลือให้เด็ก ๆ ได้รับประโยชน์และเพลิดเพลินกับการเรียนทางไกล

เพื่อที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วง ฉันจึงต้องจัดสรรเวลาอย่างชาญฉลาด และนี่คือเคล็ดลับสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทำงานจากที่บ้านให้งานออกมามีประสิทธิภาพ:

  1. ลิสต์สิ่งที่ต้องทำของวันพรุ่งนี้ หรือทำเป็นสิ่งแรกในตอนเช้า เป็นเรื่องยากมากที่คุณจะมีสมาธิโดยที่มีเด็ก ๆ วุ่นวายอยู่รอบตัวคุณ ดังนั้น ลิสต์สิ่งที่จะต้องทำ จึงมีประโยชน์มากในการเรียงลำดับสิ่งที่คุณต้องทำ หากคุณสามารถทำรายการ 3-5 อันดับแรกได้สำเร็จแสดงว่าคุณทำได้ดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถทำให้เสร็จทั้งหมดตามที่เขียนไว้ได้ แต่วิธีนี้สามารถช่วยติดตามความคืบหน้าในการทำงานของคุณ สิ่งต่าง ๆ จะง่ายขึ้นเมื่อคุณวางแผนและติดตามความคืบหน้า
  2. ลดความคาดหวังของคุณ จำไว้ว่าการทำงานจากที่บ้าน คุณกลายเป็นพ่อแม่ที่ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน คุณไม่สามารถเป็นพ่อแม่เต็มเวลาหรือเป็นพนักงานเต็มเวลาได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่สามารถทำงานได้ตามแผน ดังนั้น มันดีแล้วที่มีความคืบหน้าและทำงานที่สำคัญให้เสร็จก่อน และบางครั้งคุณจะต้องทำงานหลังจากที่เด็ก ๆ อยู่บนเตียง (งีบหรือนอนตอนกลางคืน) ถ้างานนั้นเร่งด่วนจริง ๆ
  3. ให้เด็ก ๆ ทำกิจวัตรประจำวันและวางแผนตารางการทำงานของคุณให้เหมาะสม ลูกชายของฉันต้องงีบวันละสองครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง ฉันตัดสินใจทำแบบนี้เพื่อให้พี่เลี้ยงมีเวลาได้พักบ้าง ในช่วงเวลานี้หลานชายก็จะเล่นอยู่เงียบ ๆ ในตอนเช้าฉันจะจัดการสิ่งที่สามารถทำเสร็จได้ภายใน 10 นาที เช่น การเช็คและตอบกลับอีเมล์ หลานสาวจะเรียนเสร็จในเวลาตอนบ่าย 1.40 น. ดังนั้น ช่วงบ่ายฉันสามารถทำงานที่ต้องใช้ความคิดและต้องวางแผนได้
  4. หยิบหูฟังขึ้นมาและฟังเพลงที่คุณชอบ หากฉันไม่สามารถหนีออกจากเสียงดังรอบตัวได้ ฉันมักจะใส่หูฟังและปล่อยให้เพลงทำให้ใจฉันสงบลง วิธีนี้สามารถช่วยตัดสิ่งรบกวนรอบตัวคุณได้จริง ๆ
  5. อย่าลืมให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ กับตัวเอง บางครั้งคุณต้องพักหรือทำอะไรก็ที่คุณชอบบ้าง คุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานหลายอย่างพร้อมกันอาจทำให้สภาพจิตใจและร่างกายนั้นเหนื่อยง่าย ดังนั้น จึงต้องหาอะไรมาเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ในฐานะที่ฉันเป็นคนชอบกิน การให้รางวัลตัวเองที่ดีที่สุดสำหรับฉันคือขนม ฉันซื้อของขบเคี้ยวในช่วงสุดสัปดาห์มาเก็บไว้สำหรับวันที่ฉันต้องทำงานที่บ้าน

ถึงแม้ว่าการทำงานจากที่บ้านจะต้องจัดสรรเวลาในการทำงานมากกว่าตอนทำงานที่สำนักงาน แต่ฉันก็ชอบเพราะฉันสามารถใช้เวลาอยู่กับเด็ก ๆ ได้มากขึ้นและสามารถไปเดินเล่นตอนเย็นกับพวกเขาได้ ฉันใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งในการเดินทางไปออฟฟิศในทุกๆวัน แต่ตอนนี้ฉันสามารถใช้เวลานี้เพื่อเล่นกับเด็ก ๆ ได้

ฉันหวังว่าคุณพ่อคุณแม่ชาวเดลต้าทุกคนจะเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาการทำงานจากที่บ้านอย่างสนุกสนานและมีประสิทธิภาพ!

เกี่ยวกับผู้เขียน (ทีมบรรณาธิการ)

ฉันได้ย้ายจากไต้หวันมาที่เมืองไทยตั้งแต่ปี 2561 เมืองแห่งรอยยิ้มและอาหารเผ็ดมาก ก่อนจะร่วมทีมการตลาด ฉันอยู่ทีมระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติที่เดลต้า ไต้หวันมาก่อน หลายปีที่เดลต้าสอนให้ฉันรู้จักคำว่าทำงานหนักและการจัดการเวลา สิ่งนี้ช่วยฉันจัดสรรเวลาระหว่างงานและลูกของฉันได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณต้องการรู้เกี่ยวกับทิศทางแบรนด์ของเดลต้าและอีเว้นท์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีเมล์หาฉันได้

Share this post:
Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

You can also reach us at 360@deltathailand.com.

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

9 + 3 =