นิตยสารออนไลน์รายสองเดือนสำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย
นิตยสารออนไลน์รายสองเดือน
สำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ สิงคโปร์ ผนึกกำลัง NUS ขับเคลื่อนนวัตกรรมดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อความยั่งยืน

โดย เดลต้า สิงคโปร์ - เผยแพร่เมื่อ มกราคม 26, 2569

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ สิงคโปร์ ประกาศความร่วมมือกับ วิทยาลัยการออกแบบและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (College of Design and Engineering, NUS) ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนร่วมกัน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเดลต้าในการพัฒนาโซลูชันแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี เดลต้าและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) จะร่วมกันศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับโซลูชันที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อน ความร่วมมือครั้งนี้จะต่อยอดจากศักยภาพของ Sustainable Tropical Data Centre Testbed (STDCT) 2.0 แพลตฟอร์มวิจัยชั้นนำของมหาวิทยาลัยที่มุ่งทดสอบและพัฒนาระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน พร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต

PS Tang ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (สิงคโปร์) กล่าวว่า ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัล และกำลังพัฒนาไปสู่บทบาทของโรงงาน AI ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเชื่อมต่อ ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในระบบที่ใช้พลังงานมากที่สุดอีกด้วย ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันขีดจำกัดด้านการออกแบบและเทคโนโลยี เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืน ชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเดลต้าในการสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดและสะอาดมากยิ่งขึ้น

ด้านศาสตราจารย์ Silvija Gradecak รองคณบดีฝ่ายวิจัยและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับเดลต้าเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักศึกษาได้นำองค์ความรู้จากงานวิชาการไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และเกิดประโยชน์ในวงกว้าง

ขณะที่ศาสตราจารย์ Lee Poh Seng หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยการออกแบบและวิศวกรรมศาสตร์และผู้อำนวยการโครงการ STDCT 2.0 กล่าวเสริมว่า การผสานความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงค์โปรด้านระบบความร้อน เทคโนโลยีพลังงาน และการออกแบบดิจิทัล จะช่วยพัฒนาโซลูชันที่สามารถขยายผลได้จริง และมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนของสิงคโปร์

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการนำหุ่นยนต์ตรวจสอบอัตโนมัติของเดลต้ามาใช้งานภายในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย การติดตามสถานะระบบแบบเรียลไทม์ และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ความร่วมมือระหว่างเดลต้าและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงค์โปรในครั้งนี้สอดคล้องกับการสนับสนุนเป้าหมาย Singapore Green Plan 2030 และ Smart Nation ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และพร้อมรองรับอนาคต

เกี่ยวกับผู้เขียน (แขกรับเชิญ)

เดลต้า สิงคโปร์

แชร์ facebook linkedin

ร่วมแสดงความเห็น

แสดงความคิดเห็น next