โดย DET Corp Comms - เผยแพร่เมื่อ ธันวาคม 23, 2568
ในเส้นทางการเป็นพ่อแม่ จะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผมขอเรียกว่า “ยุคทองแห่งจินตนาการ” ช่วงเวลาที่ความฝันชนะความจริง ตัวละครบนหน้าจอคือเพื่อนแท้ และโลกในจินตนาการจับต้องได้จริง ลูกสาวของผมกำลังใช้ชีวิตอยู่ใจกลางของยุคทองนั้น สำหรับเธอ อาเรนเดลล์ไม่ใช่อาณาจักรในนิทาน แต่คือจุดหมายปลายทาง และควีนเอลซ่า…ไม่ใช่การ์ตูน แต่คือฮีโร่ตัวจริง
ในฐานะพ่อแม่ เรารู้ดีว่าเราต้องคว้าเวทมนตร์นี้ไว้ก่อนที่หน้าต่างแห่งจินตนาการจะปิดลง โจทย์คือ “ที่ไหนสักแห่ง” ที่เดินทางจากประเทศไทยได้ไม่ยาก แต่ยังให้ความรู้สึกเหมือนการผจญภัย ฮ่องกงจึงกลายเป็นคำตอบแบบไม่ต้องคิดนาน อากาศคุ้นเคย อาหารถูกปาก ใช้เวลาเดินทางไม่นาน และที่สำคัญที่สุดปลายทางคือการได้ “เข้าเฝ้า” ณ ดิสนีย์แลนด์

ความกล้าในโลกของ Frozen
การก้าวเข้าสู่ World of Frozen ที่ Hong Kong Disneyland ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปในสวนสนุก แต่เหมือนเดินหลุดเข้าไปในฉากภาพยนตร์ สถาปัตยกรรมสไตล์นอร์ดิก เสียงดนตรีพื้นเมือง และบรรยากาศ “Summer Snow Day” ทำให้โลกแฟนตาซีดูมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ
ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของทริปนี้ ไม่ได้อยู่ในร้านขายของที่ระลึก แต่อยู่ตรงหน้าปราสาท Castle of Magical Dreams ตอนที่ผมยกกล้องขึ้นถ่ายรูปลูกสาว รอยยิ้มที่เธอมอบให้ไม่ใช่รอยยิ้มตามสั่ง แต่มันคือความสุขบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายออกมาจากหัวใจ เธอยืนตรงอย่างภาคภูมิใจ ราวกับเชื่อสุดหัวใจว่า “ที่ตรงนี้คือที่ของเธอ”
สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจยิ่งกว่าคือ “ความกล้า” ระหว่างนั่งเครื่องเล่น Frozen Ever After ผมเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องปลอบเด็กน้อยตอนเรือไหลลงจากที่สูง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ…ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงกรี๊ด มีเพียงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตา การได้เห็นลูกเผชิญหน้าความกลัวด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง เป็นช่วงเวลาที่ทำให้พ่ออย่างผมภูมิใจยิ่งกว่าดอกไม้ไฟใด ๆ

ความบังเอิญแสนพิเศษที่มาเก๊า
แม้ภารกิจหลักคือดิสนีย์ แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะออกไปสำรวจนอกสวนสนุก เรานั่งเรือข้ามสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงสู่ มาเก๊า เมืองที่วัฒนธรรมโปรตุเกสและจีนผสานกันอย่างลงตัว เป้าหมายของเราคือ ซากโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul’s) โบสถ์ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 17 ซึ่งถูกไฟไหม้ในปี 1835
เรามาที่นี่ด้วยความคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็น “ความอัศจรรย์ใจ” ขณะยืนอยู่เชิงบันไดหินและเงยหน้ามองลวดลายแกะสลักอันวิจิตร ตัวอักษรละตินคำว่า “MATER DEI” (พระมารดาแห่งพระเจ้า) บนซุ้มประตูทำให้ผมขนลุกโดยไม่รู้ตัว ภรรยาและผมมองหน้ากันด้วยความทึ่ง ฝีมือช่างงดงามเกินบรรยาย การเดินทางข้ามประเทศมายืนอยู่ต่อหน้ามรดกโลกของยูเนสโกเช่นนี้ เป็นประสบการณ์ที่รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เรายืนนิ่งอยู่นาน ท่ามกลางผู้คนมากมาย เพื่อซึมซับบรรยากาศนั้นให้เต็มที่

ความสงบทางใจ และความเผ็ดทางลิ้น
การมาเยือนฮ่องกงจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ไปสักการะ พระใหญ่เทียนถาน (Tian Tan Buddha) บนเกาะลันเตา การนั่งกระเช้า Ngong Ping 360 มองเห็นภูเขาเขียวขจีและทะเลจีนใต้ เป็นช่วงเวลาที่สงบและผ่อนคลาย แตกต่างจากความคึกคักของดิสนีย์อย่างสิ้นเชิง เป็นเวลาที่ครอบครัวได้หยุดหายใจลึก ๆ ก่อนกลับเข้าสู่จังหวะเมืองใหญ่
แต่พอกลับลงมาสู่พื้นดิน…รากเหง้าความเป็นคนไทยของเราก็เริ่มแสดงตัว แม้เราจะชื่นชอบอาหารกวางตุ้ง ติ่มซำ และห่านย่าง แต่ในที่สุด ลิ้นที่คุ้นเคยกับพริกและมะนาวก็เริ่มเรียกร้อง “ความเผ็ด”

ฮีโร่ด้านอาหารของทริปนี้คือ ไก่ผัดหมาล่า ธรรมดา ๆ ร้านหนึ่ง ผมจำชื่อร้านไม่ได้ แต่ไม่มีวันลืมคำแรกที่ได้ชิม ความชาของพริกเสฉวนและความเผ็ดร้อนช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นเต็มที่ มันเตือนใจว่า ต่อให้เป็นทริประดับโลกแค่ไหน “รสชาติที่คุ้นเคย” ก็ยังจำเป็นต่อหัวใจเสมอ

บทสรุปของนักเดินทาง
ฮ่องกงคือเมืองแห่งความแตกต่าง อากาศสามารถเปลี่ยนจากฝนกระหน่ำเป็นแดดจ้าได้ในพริบตา (บทเรียนสำคัญคือพกร่มเสมอ)
แต่ในขณะเดียวกัน ฮ่องกงก็เป็นเมืองที่เชื่อมโยงความฝันกับความจริงได้อย่างงดงาม
สำหรับเรา นี่ไม่ใช่แค่วันหยุดพักผ่อน แต่มันคือภารกิจเพื่อเติมเต็มความฝันของเด็กน้อยคนหนึ่ง ซึ่งกลับกลายเป็นการเดินทางแห่งศรัทธาของพ่อแม่ไปพร้อมกัน หากต้องสรุปทุกอย่างของทริปนี้ให้เหลือเพียงสามคำ ผมขอเลือกคำว่า ครอบครัว ดิสนีย์ และ ความสนุก