นิตยสารออนไลน์รายสองเดือนสำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย
นิตยสารออนไลน์รายสองเดือน
สำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย

เส้นทางของผู้นำหญิง กับความมุ่งมั่น สมดุล และหัวใจที่ขับเคลื่อนทุกสิ่ง

โดย DET Corp Comms - เผยแพร่เมื่อ มีนาคม 30, 2569

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ปี 2026 เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ ลิลี่ มาว รองประธานฝ่ายธุรกิจโซลูชันระบบอัตโนมัติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งประจำอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยเธอมีประสบการณ์ด้านการบริหารในอุตสาหกรรมพลังงานและไฟฟ้ามากกว่าสามทศวรรษ และเป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำระดับสูงในอุตสาหกรรม

การสนทนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบทสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ แต่เป็นบทสนทนาที่อบอุ่น เปิดใจ และเป็นกันเอง ที่ไหลลื่นระหว่างเรื่องราวของงาน ครอบครัว และคุณค่าที่ยึดโยงทั้งสองสิ่งไว้เข้าด้วยกัน โดยหัวใจของเรื่องราวของลิลี่ คือความเข้มแข็ง ความชัดเจน และความเชื่อมั่นที่มั่นคงในแบบของเธอเอง

จากสายวิศวกรรมสู่บทบาทผู้นำหญิง
ลิลี่ แนะนำตัวเองไม่ใช่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ แต่เริ่มจากบทบาท คุณแม่ที่ทำงานของลูกทั้งสามคนที่เติบโตแล้ว ก่อนจะเล่าถึงเส้นทางอาชีพของเธอ ซึ่งส่วนใหญ่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ชายเป็นหลักทั้งในองค์กรและในกลุ่มลูกค้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอได้สร้างเส้นทางผู้นำของตนเองด้วยความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมก้าวผ่านความท้าทายด้วยความมั่นคงในตัวเอง

วันสตรีสากลกับบทสนทนาที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจัง
เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ควรพูดถึงอย่างจริงจังมากขึ้นในปีนี้ ลิลี่กล่าวอย่างชัดเจนว่า เธอเห็นด้วยอย่างมากกับธีมขององค์การสหประชาชาติในปี 2026 "สิทธิ ความยุติธรรม การลงมือทำ เพื่อผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน” โดยเน้นว่าความเท่าเทียมที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ในกฎหมาย แต่ต้องเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะในที่ทำงาน

เธอยังกล่าวถึงแนวคิด “ให้เพื่อรับ” (Give to Gain) ว่าเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมาก เมื่อได้เห็นองค์กรต่าง ๆ ลุกขึ้นมาสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศอย่างจริงจัง

เธอกล่าวว่า “อยากเห็นการลงมือทำมากขึ้น ทั้งการสร้างโอกาส การรับรองสิทธิที่เท่าเทียม และการส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงอย่างแท้จริง”

มุมมองใหม่ต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต
แทนที่จะให้คำแนะนำแบบตายตัว ลิลี่เลือกแบ่งปันมุมมองส่วนตัวที่หล่อหลอมจากประสบการณ์ของเธอ สำหรับเธอแล้ว “ความสมดุล” ไม่ใช่สิ่งที่คงที่หรือตายตัว “เราจำเป็นต้องแบ่งการทำงานและการใช้ชีวิตเป็น 50–50 เสมอไหม? ไม่เสมอไป เมื่อหน้าที่การงานกำลังก้าวหน้า สัดส่วนก็อาจแบ่งเป็นการทำงานและใช้ชีวิต 80–20 ซึ่งอาจจะทำให้ฉันกลายเป็น ‘คุณแม่เฉพาะวันหยุด’ และต่อให้ทำได้แบบนั้น ฉันคิดว่าฉันก็ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว”

เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องแลกมา โดยชี้ว่าความก้าวหน้าในอาชีพต้องอาศัยความทุ่มเท และหลายครั้งก็ต้องมีการเสียสละ หนึ่งในขอบเขตที่เธอยึดถือมาโดยตลอดคือ เธอสามารถเดินทางเพื่อการทำงานได้ถึง 75% ของเวลา แต่จะต้องกลับมาอยู่กับครอบครัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เสมอ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนทั้งกับองค์กรและครอบครัว

แนวคิดของเธอสะท้อนความเป็นจริงได้อย่างเรียบง่ายและชัดเจน
ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคน บางคนอาจใช้ชีวิตในสัดส่วน 60–40 ขณะที่บางคนอาจเป็น 80–20 ความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตที่เหมาะสมที่สุด คือความสมดุลที่ทำให้เราสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างมีความหมาย และรู้สึกเติมเต็มในสิ่งที่ทำ

ความเข้มแข็งท่ามกลางช่วงขึ้นและลงของชีวิต
เช่นเดียวกับเส้นทางอาชีพที่ยาวนานของหลาย ๆ คน เส้นทางของลิลี่ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอก้าวผ่านความท้าทายได้ คือมุมมองที่เธอมีต่อชีวิต ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เธอได้พลังจากสิ่งที่มั่นคงในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว พ่อแม่ เพื่อนร่วมงาน และเพื่อน ๆ

“คนเหล่านี้คือแรงผลักดันที่ทำให้ฉันกลับมาบินได้อีกครั้ง” ถ้อยคำของเธอสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่สงบนิ่ง แต่หนักแน่น เป็นการไม่ยอมแพ้ ไม่ใช่เพราะแรงกดดัน แต่เพราะความรัก “ฉันใช้ชีวิตเพื่อคนที่ฉันรัก และคนที่รักฉัน

สไตล์ความเป็นผู้นำที่เติบโตและเปลี่ยนแปลง
ลิลี่หัวเราะเบา ๆ เมื่อถูกถามถึงสไตล์ความเป็นผู้นำของเธอ พร้อมสะท้อนว่าภาวะผู้นำเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตามกาลเวลา เธอได้เห็นการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน จากรูปแบบการบริหารแบบสั่งการจากบนลงล่าง ไปสู่แนวทางที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์มากขึ้น

ในปัจจุบัน เธอเชื่อว่าภาวะผู้นำต้องปรับให้เหมาะสมตามสถานการณ์ ด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีคนหลากหลายช่วงวัย โดยคนรุ่น Gen Z มองหาความหมายและเป้าหมายในการทำงาน ขณะที่ผู้นำรุ่น Gen X เติบโตมากับวินัยและความทุ่มเท เธอจึงเห็นถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจระหว่างมุมมองที่แตกต่าง

“หากเราไม่ยอมรับความแตกต่างเหล่านี้ ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นมากขึ้น” แนวทางการนำของเธอยึดอยู่บน 3 หลักสำคัญ ได้แก่ การปรับตัว ความเข้าใจผู้อื่น และการเปิดกว้าง “ทุกคนมีศักยภาพในแบบของตนเอง ผู้นำที่ดีคือผู้ที่สร้างพื้นที่ให้ศักยภาพเหล่านั้นได้ถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับ

ค้นพบความสุขจากความเรียบง่ายนอกเวลางาน

เป็นเวลาหลายปีที่ชีวิตนอกการทำงานของลิลี่หมุนรอบลูก ๆ ของเธอทั้งหมด จนกระทั่งวันนี้ เมื่อลูก ๆ เติบโตขึ้น เธอจึงได้กลับมามีเวลาให้กับตัวเองอีกครั้ง

ปัจจุบัน งานอดิเรกของเธอเรียบง่ายและเป็นเรื่องใกล้ตัว เธอชื่นชอบการเล่นเกมคำศัพท์และตัวเลข เช่น Scrabble, Wordle, Rummikub และ Sudoku ร่วมกับครอบครัวและเพื่อน ๆ

เธอเล่าพร้อมรอยยิ้มว่าลูกสาวมักจะแซวว่าเธอ “ค่อนข้างน่าเบื่อ… และเนิร์ดนิด ๆ" ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องเสียหายแต่อย่างใด

ความภาคภูมิใจทั้งในครอบครัวและการทำงาน
เมื่อถูกถามถึงความสำเร็จที่เธอภาคภูมิใจที่สุด ลิลี่ตอบทันทีโดยไม่ลังเล เธอภูมิใจที่ได้เลี้ยงดูลูกทั้งสามให้เติบโตมาอย่างมีคุณค่าของครอบครัว ใส่ใจความยั่งยืน และมุ่งมั่นสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ในด้านการทำงาน ความภาคภูมิใจของเธออยู่ที่สิ่งที่มีความหมายไม่แพ้กัน นั่นคือการได้ช่วยให้ผู้อื่นเติบโต ในฐานะโค้ชธุรกิจที่ได้รับการรับรองจาก Worldwide Association of Business Coaches (WABC) เธอมีความสุขในการช่วยให้ผู้อื่นมองเห็นคุณค่าและศักยภาพของตนเอง

“ฉันหวังว่าการพูดคุยเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และส่งผลให้ทั้งองค์กรเติบโตไปพร้อมกัน”

ส่งต่อพลังผ่านการให้
ข้อความที่เธอฝากไว้ในวันสตรีสากลนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เธอมองว่าความเท่าเทียมทางเพศไม่ใช่แนวคิดเชิงนามธรรม แต่เป็นความรับผิดชอบที่เราต้องปฏิบัติในทุกวัน

ในบทบาทและงานที่คุณรับผิดชอบ คุณมีส่วนในการสร้างความเท่าเทียม” นั่นหมายถึงการเปิดโอกาส การสร้างพื้นที่ และการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม 

มุมมองต่อการเป็นผู้หญิงและคุณค่าของความแตกต่าง
เมื่อถูกถามถึงข้อดีของการเป็นผู้หญิง ลิลี่หัวเราะพร้อมตอบว่า “ฉันคงเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะฉันไม่เคยเป็นผู้ชาย” แต่เธอเชื่อว่าความหลากหลายทางเพศช่วยสร้างมุมมองที่แตกต่าง และนำไปสู่ความสมดุล ทั้งในด้านความคิด การตัดสินใจ และคุณค่าของชีวิต

ท้ายที่สุด มุมมองของเธอเรียบง่ายการเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายไม่ใช่เรื่องของการเปรียบเทียบ แต่คือการเคารพในความแตกต่างและเห็นคุณค่าในสิ่งที่แต่ละคนมี

เรื่องราวของ ลิลี่ มาว ในวันสตรีสากลครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจเบาๆว่า ภาวะผู้นำไม่จำเป็นต้องโดดเด่นหรือสมบูรณ์แบบ แต่อาจเป็นความใส่ใจ ความสมดุล และเหนือสิ่งอื่นใด คือความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

DET Corp Comms

เกี่ยวกับผู้เขียน (ทีมบรรณาธิการ)

DET Corp Comms

แชร์ facebook linkedin
1 Comments
user

Betul Sayilgan   เมษายน 01, 2569 at 15:07:22 pm

As a professional at Delta Electronics Türkiye, it is truly inspiring to hear similar perspectives from miles away. I strongly believe that the empathy, multidimensional thinking, and sense of balance that women naturally bring create sustainable and meaningful value in the industrial world. It is truly valuable to see this perspective expressed so clearly and sincerely. With my respect and appreciation.

ร่วมแสดงความเห็น

แสดงความคิดเห็น next