นิตยสารออนไลน์รายสองเดือนสำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย
นิตยสารออนไลน์รายสองเดือน
สำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย

เริ่มทำสำคัญกว่าต้องPerfect: ส่องแนวคิด 'Stop-Still-Start' ผ่านวิถี Future in Action ในแบบฉบับคุณอาทิตยา

โดย DET Marcom - เผยแพร่เมื่อ กันยายน 09, 2569


สำหรับพนักงานที่ทำงานอยู่ที่ 66 Tower หรือได้มีโอกาสแวะเวียนมาทำงานที่นี่ ภาพของผู้บริหารหญิงที่ดูคล่องแคล่ว เอเนอร์จี้สูง เดินฉับๆ ผ่านไปมาในออฟฟิศ คือสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี ด้วยน้ำเสียงที่สดใสฉะฉาน บุคลิกที่กระฉับกระเฉง พร้อมรอยยิ้มที่เป็นกันเอง เรามักจะเห็นเธอกล่าวทักทายเพื่อนร่วมงาน 
แวะเวียนไปพูดคุยกับคนนั้นคนนี้ หรือคอยเปลี่ยนเข้าห้องประชุมหลายห้องไปมาตลอดทั้งวัน

และเธอคือ “คุณเก๋” อาทิตยา สูรพันธุ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของเดลต้าของเดลต้า และแม่ทัพฝ่ายขายของทุกกลุ่มธุรกิจ

สำหรับผู้เขียนแล้ว คุณเก๋คือผู้นำประเภทที่เมื่อเดินไปที่ไหน บรรยากาศจะคึกคักขึ้นมาทันที คุณเก๋ตัดสินใจไว ลงมือทำเร็ว เปิดรับความเปลี่ยนแปลง และเฟรนด์ลี่สุดๆ จนใครก็เข้าหาได้อย่างไม่กดดัน ซึ่งเบื้องหลังความกระตือรือร้นนี้ เธอมีวิธีคิดที่เฉียบคมและมองการณ์ไกล คุณเก๋บอกว่า อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราได้แค่รอ แต่เราสามารถกำหนดได้จากทุกทางเลือกและการลงมือทำในทุกๆ วัน 

ครั้งนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณเก๋ ทั้งในเรื่องการบริหารงาน ธุรกิจ ผู้คน วินัยส่วนตัว รวมถึงแนวคิด “Future in Action” ในแบบฉบับของเธอ

ก่อนร่วมงานกับเดลต้า
ก่อนที่เราจะพูดคุยถึงแนวคิด Future in Action ขออนุญาตพาคุณเก๋ย้อนกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา ในช่วงก่อนจะมาร่วมงานกับเดลต้า อยากให้เล่าให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้าง และอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเก๋มีความสุขกับการทำงานที่นี่? 

เก๋เรียนจบด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และศึกษาต่อปริญญาโทด้านการบริหารเทคโนโลยีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากกลับมาเมืองไทย เก๋มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทต่างชาติหลายแห่ง โดยเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมไอที ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงเร็ว ก่อนจะขยายประสบการณ์มาสู่ธุรกิจด้านไฟฟ้า พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน
เส้นทางการทำงานที่ผ่านมา ทำให้เก๋มีประสบการณ์ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งการบริหารธุรกิจ การดูแลลูกค้าและพาร์ทเนอร์ รวมถึงการบริหาร Operation 

ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอดคือ การจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ เราต้องเข้าใจทั้งตลาด ลูกค้า และคนที่ทำงานร่วมกับเรา ที่สำคัญคือต้องสามารถนำเทคโนโลยีและโซลูชันมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง 

ส่วนสิ่งที่เก๋ประทับใจในการมาร่วมงานกับเดลต้า คือ “โอกาสในการสร้าง” ค่ะ เดลต้าเป็นองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้เราได้คิด ได้ลงมือทำ และกล้าที่จะเสนอสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้จำกัดว่าเราต้องทำเฉพาะสิ่งที่เคยทำมา แต่เปิดโอกาสให้เรานำประสบการณ์และไอเดียมาปรับปรุงวิธีการทำงาน พัฒนาทีม และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ สำหรับเก๋ ความสุขในการทำงานจึงไม่ได้มาจากแค่การทำงานให้สำเร็จ แต่คือการได้เห็นว่า สิ่งที่เราคิดและลงมือทำ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับองค์กร ทีม ลูกค้า และพาร์ทเนอร์ได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เก๋รู้สึกสนุกและมีพลังในการทำงานที่เดลต้าค่ะ

อนาคตที่กำหนดได้เอง
วันนี้ AI และความยั่งยืนไม่ใช่เพียงกระแสในโลกธุรกิจ แต่เป็นโจทย์สำคัญที่ทุกองค์กรต้องเตรียมรับมือ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน สำหรับคุณเก๋ แนวคิด “Future in Action” ช่วยให้องค์กรตอบโจทย์ความท้าทายนี้ได้อย่างไรบ้างคะ?

สำหรับเก๋ ‘Future in Action’ คือการที่เราตัดสินใจลงมือทำกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อกำหนดอนาคตในแบบที่เราอยากให้เป็น แล้วก็เตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่าง เพราะตอนนี้ AI กับเรื่องความยั่งยืน มันไม่ใช่สองเรื่องที่แยกจากกันอีกต่อไปแล้วนะคะ แต่มันคือสองแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะเป็นตัวชี้วัดเลยว่าธุรกิจไหนจะแข่งขันได้ค่ะ

และเดลต้าเอง เราเป็นทั้งผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ AI เติบโตได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบพลังงาน ระบบระบายความร้อน ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานต่างๆ
และในขณะเดียวกัน เราก็นำ AI เข้ามาใช้ยกระดับการผลิต การทำงาน รวมถึงการตัดสินใจของเราเองด้วย เพราะฉะนั้น AI จึงเป็นทั้งอนาคตที่เดลต้าเข้าไปมีส่วนช่วยขับเคลื่อน และในมุมกลับกัน ก็เป็นพลังที่ช่วยผลักดันธุรกิจของเราให้เดินหน้าไปพร้อมกันด้วยค่ะ

ทีนี้ ถ้ามองในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราตั้งเป้าที่จะสร้างการเติบโตผ่าน 4 เสาหลักด้วยกัน:
• เรื่องแรก คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้พร้อมรับกับอนาคต
• เรื่องที่สอง คือการเข้าไปเสริมความแข็งแกร่งให้ซัพพลายเชนของฮาร์ดแวร์ AI ในภูมิภาคนี้
• เรื่องที่สาม คือการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงๆ อย่างเช่น เหมืองแร่ ให้เขาสามารถลดคาร์บอนได้ ผ่านเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าและการใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุด
• และเรื่องสุดท้าย คือการเพิ่มศักยภาพให้กับพาร์ทเนอร์หรือช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อให้เขาสามารถนำโซลูชันและองค์ความรู้ ไปส่งต่อให้ลูกค้าในแต่ละตลาดได้เร็วขึ้นค่ะ
 
ซึ่งทั้ง 4 เสาหลักนี้ ไม่ได้ทำแยกส่วนกัน แต่มันทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) เดียวเลย ตั้งแต่ฝั่งการผลิต พลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงพาร์ทเนอร์และผู้ใช้งานจริงค่ะ

สำหรับเดลต้าแล้ว ประเทศไทยไม่ได้เป็นแค่ตลาดที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นทั้งฐานการผลิต แล้วก็เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์หลักของซัพพลายเชน AI ในภูมิภาคนี้ด้วย เป้าหมายของเราก็เลยไม่ใช่แค่การเติบโตไปพร้อมกับกระแส AI แต่คือการเข้าไปช่วยสร้างระบบนิเวศ ที่จะทำให้ทั้งประเทศไทยและภูมิภาคของเรา พร้อมคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจ AI ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว ในมุมของเก๋ หน้าที่ของผู้นำคือการเชื่อมโยงคน เทคโนโลยี และพาร์ทเนอร์เข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนแผนกลยุทธ์เหล่านี้ให้เกิดผลลัพธ์ขึ้นจริงตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ เพราะเราไม่จำเป็นต้องรอให้อนาคตมาถึง ในเมื่อเราสามารถเริ่มกำหนดทิศทางของมันได้ ด้วยการลงมือทำกันตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ

ความกล้าที่จะ “ละทิ้ง” สิ่งเดิมๆ
การนำแนวคิด “Future in Action” มาปฏิบัติจริง อาจไม่ได้หมายถึงต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างเดียว แต่บางครั้งเราต้องกล้าที่จะ "ละทิ้ง" หรือสลัดแนวคิดเก่าๆ ทิ้งไปด้วย ในมุมมองของคุณเก๋ อะไรคือสิ่งที่เราต้องเลิกยึดติด เพื่อให้ก้าวทันโลกธุรกิจที่หมุนเร็วในตอนนี้?

เก๋มองว่าสิ่งแรกที่เราต้องเลิกยึดติดเลยก็คือ ความเชื่อที่ว่า 'ผู้นำจะต้องรู้ทุกรายละเอียด แล้วก็ต้องลงไปคอนโทรลทุกอย่างด้วยตัวเอง' ค่ะ เพราะในโลกธุรกิจที่มันเปลี่ยนไวมากๆ แบบนี้ บทบาทของผู้นำไม่ใช่คนที่มีคำตอบครบทุกเรื่องนะคะ แต่คือคนที่มองออกว่าอะไรคือเรื่องสำคัญต่อภาพรวม แล้วสามารถพาทีมตัดสินใจเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องมากกว่าค่ะ
ถ้าให้อธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้นผ่านแนวคิด Stop–Still–Start นะคะ สำหรับเก๋
  • 'Stop' คือการหยุดพักสักจังหวะนึง เพื่อเปิดใจรับฟังข้อมูลสำคัญๆ จากทั้งทีมงาน ลูกค้า แล้วก็ตลาดก่อน จากนั้นก็แยกให้ออกว่าข้อมูลไหนที่มีผลต่อภาพใหญ่ของเราจริงๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรอให้มีข้อมูลครบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนแล้วถึงค่อยตัดสินใจ
  • 'Still' คือการที่เรายังคงยึดมั่นในเป้าหมายและทิศทางหลักขององค์กรไว้ค่ะ ถึงแม้วิธีการทำงานหรือสถานการณ์รอบตัวมันจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม หน้าที่ของผู้นำคือต้องทำให้ทีมเห็นภาพเดียวกันให้ได้ ว่าตอนนี้เรากำลังจะไปไหน อะไรคือผลลัพธ์ที่เราอยากได้ และอะไรคือเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับความสำเร็จขององค์กรค่ะ
  • สุดท้าย 'Start' ก็คือ การที่เรากล้าตัดสินใจและลงมือทำจากข้อมูลที่เรามีอยู่เพียงพอแล้วค่ะ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ทีมได้ลองวิธีใหม่ๆ แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจากสิ่งที่เราเรียนรู้กันระหว่างทาง ผู้นำไม่จำเป็นต้องลงไปคุมเข้มทุกสเต็ปค่ะ แต่ต้องไว้ใจทีม ให้อำนาจเขาในการตัดสินใจ และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของงานนั้นอย่างเต็มที่
ดังนั้น ความกล้าที่จะ 'ละทิ้ง' มันไม่ได้แปลว่าเราต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำมาค่ะ แต่มันคือการที่เราต้องรู้ว่า จังหวะไหนควรหยุดเพื่อฟัง อะไรที่เรายังต้องรักษาไว้ และเมื่อไหร่ที่เราควรจะเริ่มลงมือทำ เราอาจจะไม่ได้มีคำตอบที่เพอร์เฟกต์ที่สุดตั้งแต่วันแรกหรอกนะคะ แต่เราสามารถพาองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ ด้วยการลงมือทำ เรียนรู้ แล้วก็พัฒนาให้มันดีขึ้นไปพร้อมๆ กันกับทีมค่ะ

เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
ในฐานะผู้บริหารเดลต้า ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยี คุณเก๋มองเห็นทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยอย่างไร และเราควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรคะ?

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค ทั้งในด้านเทคโนโลยีและการผลิตอัจฉริยะ แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวนมาก ซึ่งพร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นเรื่องจำเป็น เราต้องกล้าที่จะทดลอง เรียนรู้จากความผิดพลาด และปรับตัวให้ไว อาจจะมีบางครั้งที่เราทำไม่ได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก แต่การได้ลงมือทำคือโอกาสที่จะทำให้เราได้เรียนรู้และเก่งขึ้น 

กรอบความคิดแบบนี้ใช้ได้กับทุกคน ทุกระดับในองค์กรค่ะ เพราะอนาคตจะเป็นของคนที่พร้อมเรียนรู้ และไม่กลัวที่จะก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง
เบื้องหลังของพลังที่ไม่มีวันหมด

ใครๆ ก็รู้ว่าตารางงานของคุณเก๋แน่นมากๆ แต่ทำไมถึงยังดูสดใสและมีพลังอยู่เสมอ การจัดระเบียบชีวิตและการดูแลตัวเอง สำคัญกับสไตล์การทำงานของคุณเก๋แค่ไหนคะ?
สำคัญที่สุดเลยค่ะ! ถ้าพลังในตัวเราเริ่มหมด ก็ยากที่จะนำโปรเจกต์ใหญ่ๆ ให้รอด หรือเอาพลังไปเติมให้คนอื่นได้

การดูแลองค์กรใหญ่ๆ ไม่ได้ใช้แค่สมองอย่างเดียวหรอกค่ะ แต่มันต้องใช้พลังใจ ใช้ร่างกายที่แข็งแรง แล้วก็ความอึดถึกทนทางจิตใจด้วยเหมือนกัน
นี่แหละค่ะคือเหตุผลว่าทำไมเก๋ถึงต้องแบ่งเวลามาดูแลตัวเอง ทั้งออกกำลังกาย สร้างนิสัยดีๆ แล้วก็จัดระเบียบชีวิต ซึ่งมันไม่ใช่แค่เรื่องทำตัวเองให้ดูดีนะคะ แต่มันคือการสร้าง "ความอึด" ไว้รับมือกับแรงกดดันและเรื่องไม่คาดคิดที่เข้ามา

พูดง่ายๆ ว่าความสำเร็จทางธุรกิจก็เหมือนกับการดูแลสุขภาพแหละค่ะ ไม่มีทางลัดหรอก แต่มันมาจากการทำ "นิสัยเล็กๆ ซ้ำๆ จนเป็นกิจวัตร" ค่ะ

รูทีนรักษาสมดุล
หนึ่งในอาวุธลับของคุณเก๋เวลาชาร์จแบตก็คือ "พิลาทิส" คุณเก๋จัดเวลาให้ตัวเองสัปดาห์ละ 4 วัน โดยแบ่งเป็นรอบเช้าก่อนเข้าออฟฟิศ 2 วัน และช่วงเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์อีก 2 วัน สำหรับเธอแล้ว พิลาทิสไม่ใช่แค่การออกกำลังกายทั่วไป แต่มันคือช่วงเวลาแห่งการโฟกัส รีเซ็ตตัวเอง และดูแลทั้งร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อนลุยงานใหม่ในแต่ละวัน

นอกจากนี้ กอล์ฟก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คุณเก๋หลงใหล เพราะมันผสมผสานการพักผ่อนเข้ากับการสร้างเน็ตเวิร์กธุรกิจได้อย่างลงตัว ถึงช่วงนี้ตารางงานจะแน่นจนแทบไม่ได้ออกไปออกรอบเลย แต่เธอก็ตั้งตารอคอยที่จะได้กลับไปลงสนามอีกครั้งเสมอเมื่อมีโอกาส

วิธีดูแลตัวเองของคุณเก๋สะท้อนแนวทางในการใช้ชีวิตได้แบบเป๊ะๆ นั่นคือ การมีวินัย จัดสรรเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญจริงๆ และเดินหน้าต่อไปข้างหน้าเสมอ ไม่ว่าตารางชีวิตจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม
 
นำทีมท่ามกลางความไม่แน่นอน
“Future in Action” คือการลงมือทำเพื่อสร้างอนาคต แต่ต่อให้เราวางแผนมาดีแค่ไหน ทุกอย่างก็อาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเสมอไป ความไม่แน่นอนเหล่านี้เคยทำให้คุณเก๋รู้สึกกังวลบ้างไหมคะ?

พูดตรงๆนะคะ ถ้าเราไม่รู้สึกกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว แปลว่าเราอาจจะยังตั้งเป้าหมายเล็กเกินไปหรือเปล่า!

ความไม่แน่นอนมันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ของวงการเทคโนโลยีค่ะ เราจะวางแผนสำรองไว้ทุกสถานการณ์แค่ไหน ตลาดก็ยังสามารถพลิกผันได้อยู่ดี แต่เก๋ไม่เคยปล่อยให้ความไม่แน่นอนพวกนั้นมาทำให้เราขยับตัวไม่ได้นะคะ เพราะสำหรับเก๋ 'Uncertain is certain' ความไม่แน่นอนก็คือความแน่นอนค่ะ

เก๋คิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงของแนวคิด “Future in Action” ไม่ใช่การเตรียมพร้อมในวันนี้เพื่อให้อนาคตให้เป๊ะที่สุดหรอกค่ะ แต่เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อให้เรามีความยืดหยุ่น คล่องตัว เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที สิ่งที่เราตั้งใจทำในวันนี้ แม้ผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับที่วาดฝันไว้ทั้งหมด แต่สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือประสบการณ์ ข้อมูลจริง ซึ่งช่วยให้เราปรับตัวและเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนที่เอาแต่นั่งรอจังหวะที่ "สมบูรณ์แบบ" อยู่ข้างสนาม สำหรับเก๋แล้ว การนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย น่ากลัวกว่าการทำแล้วผิดพลาดเยอะค่ะ ดังนั้น เมื่ออนาคตส่งสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาท้าทาย เราก็แค่ออกแรงปรับเปลี่ยนทิศทางแล้วเดินหน้าเล่นเกมต่อไป

บทสรุปส่งท้าย
ในฐานะ Country Manager ของเดลต้า คุณเก๋คือภาพสะท้อนของผู้นำหญิงยุคใหม่ที่โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ กล้าคิด กล้าทำ และมีพลังขับเคลื่อนที่ไม่เคยแผ่วในการบริหารทีมงานขนาดใหญ่ แม้ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไว และเธอยังคงเชื่อมั่นว่า "บุคลากร" คือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กร โดยมีกุญแจสู่ความสำเร็จคือการเริ่มต้นจากการคิดบวก เติมความกระตือรือร้นให้ตัวเองอยู่เสมอ และเน้นการ "ลงมือทำทันที" เพราะอนาคตไม่เคยรอใคร ซึ่งนั่นก็สะท้อนถึงวิถีการทำงานของตัวเธอเองด้วยเช่นกัน ที่ไม่เคยหยุดรอโอกาสหรือย่ำอยู่กับที่ แต่เป็นคนทำงานเชิงรุกที่พร้อมปรับตัวและพุ่งทะยานรับความท้าทายใหม่ๆ เพื่อพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าต่อไป
DET Corp Comms

เกี่ยวกับผู้เขียน (ทีมบรรณาธิการ)

DET Marcom

แชร์ facebook linkedin

ร่วมแสดงความเห็น

แสดงความคิดเห็น next