นิตยสารออนไลน์รายสองเดือนสำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย
นิตยสารออนไลน์รายสองเดือน
สำหรับครอบครัวเดลต้าที่เพียรพยายามในการทำงาน
ประจำภูมิภาคอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย

โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจรของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ออกแบบและทดสอบด้วยความแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมของเรา

โดย Deepak Singh Thakur - เผยแพร่เมื่อ พฤษภาคม 12, 2563

บทความโดย Deepak Singh Thakur, Delta India

นโยบายของรัฐบาลในการจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในประเทศ (data localization) ได้กระตุ้นให้เกิดการเติบโตของดาต้า เซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลซึ่งสามารถให้การสนับสนุนการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทต่าง ๆ คาดการณ์ว่าจะเพิ่มเงินลงทุนสำหรับระบบคลาวด์ในปีหน้า

Delta Electronics Taiwan ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการระบบและโซลูชัน UPS ของดาต้า เซ็นเตอร์ชั้นนำในอินเดีย ในการพูดคุยกับ Deepak Singh Thakur หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอินเดียและ SAARC UPS, โซลูชันดาต้า เซ็นเตอร์, Critical Cooling, APFC Communication & Information Solutions Business Unit, ICTBG Delta Electronics India Pvt Ltd. เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาในเวที Power Conditioning และวิธีที่บริษัทวางแผนจะเพื่อดำเนินธุรกิจในตลาดระบบ UPS ที่ซับซ้อนซึ่งจะขับเคลื่อนดาต้า เซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีใหม่

คุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2021-2022 อย่างไร?

งบประมาณในปี 2021-2022 นี้ ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของอินเดีย การสำรวจสำมะโนประชากรของอินเดียที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน  37,680 ล้านรูปี ซึ่งจะเป็นการสำรวจสำมะโนแบบดิจิทัลครั้งแรกของอินเดีย โดยข้อมูลจะถูกรวบรวมผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ นอกจากนี้ ยังจัดสรรงบประมาณโครงการ 1,500 ล้านรูปี เพื่อผลักดันการชำระเงินผ่านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัสในอินเดีย

การขับเคลื่อนเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและการบูรณาการด้านเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยผลักดันการดำเนินการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างราบรื่นซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีระบบนิเวศที่ยืดหยุ่น โดยโครงสร้างพื้นฐานดาต้า เซ็นเตอร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญซึ่งมีความต้องการของโซลูชันดาต้า เซ็นเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของบริษัทที่มุ่งเน้นธุรกิจด้านดิจิทัลพร้อมกับโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยระบบคลาวด์เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย

ตามรายงาน ตลาดดาต้า เซ็นเตอร์จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงปี 2018-2024 การขยายตัวของอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดียและบริการชำระเงินทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นจะช่วยขับเคลื่อนความต้องการบริการคลาวด์ โดยปัจจัยเหล่านี้จะกระตุ้นให้ผู้ให้บริการเพิ่มการลงทุนในตลาดดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งตามรายงานอีกฉบับ ในสามปีข้างหน้าอินเดียจะมีการขยายดาต้า เซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลเพิ่มอีก 28 แห่ง

คุณตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง Data Localization?

นโยบายของรัฐบาลในการจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในประเทศ (data localization) ได้กระตุ้นให้เกิดการเติบโตของดาต้า เซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลซึ่งสามารถให้การสนับสนุนการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทต่าง ๆ คาดการณ์ว่าจะเพิ่มเงินลงทุนสำหรับระบบคลาวด์ในปีหน้า ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานของดาต้า เซ็นเตอร์ที่แข็งแกร่งนี้จะเข้ามารองรับการเพิ่มขึ้นของการใช้ข้อมูล นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่กำลังพัฒนาในประเทศคาดว่าจะตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในการบริการด้านการเงิน การผลิตและภาครัฐ รวมทั้งรองรับตลาดเกิดใหม่อย่าง ภาคการศึกษาซึ่งกำลังเห็นการเติบโตของการเรียนออนไลน์ และบริการอื่น ๆ

เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น AI (ปัญญาประดิษฐ์) โซลูชันระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมและโซลูชันที่รองรับ IoT ได้รับความสนใจและได้ช่วยเหลืออุตสาหกรรมไว้อย่างมากในช่วงที่เรากำลังก้าวเข้าสู่การฟื้นฟูของสภาวะปกติใหม่ ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัทต่าง ๆ จึงต้องการเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สามารถช่วยเหลือเรื่องการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวได้ โดยข้อมูลเหล่านี้จะมีมูลค่าทางธุรกิจเป็นอย่างมาก และพวกเขาต้องการการจัดเก็บ คำนวณและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ

คุณมองอนาคตของดาต้า เซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลในประเทศไว้อย่างไร?

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมจะมองเห็นการเติบโตของดาต้า เซ็นเตอร์ที่ล้ำสมัยและมีขนาดเล็กกว่าขับเคลื่อนด้วย IoT และเป็นดิจิทัล ดาต้า เซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลมีข้อได้เปรียบที่สามารถตอบสนองความต้องการข้อมูลภายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่จะส่งผลดีต่อต้นทุนให้กับลูกค้า

โครงสร้างพื้นฐานดาต้า เซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับสินทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการพัฒนาคุณสมบัติของไฮเปอร์สเกลขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มให้มีคุณค่ามากขึ้น สิ่งนี้นำไปสู่ความท้าทายใหม่ในการตอบสนองความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับดาต้า เซ็นเตอร์ทั้งแบบ edge และไฮเปอร์สเกล

ความรวดเร็วในการนำมาปรับใช้เป็นสิ่งสำคัญและผู้ให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์เดิมจะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่และอัปเกรดดาต้า เซ็นเตอร์ที่เดิมอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น ด้วยโครงสร้างพื้นฐานของดาต้า เซ็นเตอร์ส่วนใหญ่สำหรับผู้ให้บริการระดับไฮเปอร์สเกลยังคงต้องการเมืองระดับ Tier-II เพื่อการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น พื้นที่พิเศษในการลงทุน ทางเลือกของผู้ให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์คือการกำหนดกลยุทธ์ในการเป็นคู่ค้าด้านเทคโนโลยีที่สามารถรองรับโครงสร้างพื้นฐานทั้งแบบ edge และไฮเปอร์สเกลได้

ซึ่งพวกเขาจะต้องวางแผนโครงการขยายพื้นที่สีเขียวแห่งอนาคตและติดตามการออกแบบที่เป็นมาตรฐานอย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่เป็นการลงทุนระยะยาวและความต้องการทางธุรกิจยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าวิธีการอื่น ๆ จะตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของดาต้า เซ็นเตอร์ที่ยืดหยุ่นภายใต้ความท้าทายด้านพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีความต้องการอย่างมากในเรื่องการออกการจัดเก็บแบบสำเร็จรูปที่เป็นมาตรฐานเพื่อช่วยย่นเวลา

โซลูชัน Power Conditioning ที่เดลต้าได้นำเสนอในอินเดียมีอะไรบ้าง?

โซลูชันดาต้า เซ็นเตอร์สำเร็จรูปแบบครบวงจรของ Delta Electronics ถูกออกแบบ กำหนดค่าและทดสอบทางวิศวกรรมที่เป็นเลิศของเดลต้า ทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเดลต้ารับประกันการออกแบบและการสร้างดาต้า เซ็นเตอร์ที่พร้อมใช้งานซึ่งได้รับการรับรอง TCDD และ TCCF มีความคล่องตัวสูงและการใช้งานที่รวดเร็วช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถชำระเงินตามการใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยโครงสร้างที่เป็นมาตรฐาน

ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวที่เหนือกว่าช่วยในสถาปัตยกรรมอันชาญฉลาดสามารถปฏิบัติการได้ไม่ว่าจะในสภาพอากาศร้อนหรือเย็น ด้วยโซลูชัน DCIM ภายในตัวของเดลต้าได้บูรณาการการตรวจสอบสภาพแวดล้อม กล้อง IP การควบคุมการเข้าออกประตู เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ระบบป้องกันไฟและอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยในการจัดการที่ครอบคลุม

ด้วยประสบการณ์ด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังและการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 50 ปี เรามีโซลูชัน UPS ที่มีความหนาแน่นสูงสุดช่วยลดการใช้พื้นที่ลง 50 เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้สามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงอุปกรณ์เดิมให้มีความหนาแน่นสูงขึ้นในเวลาอันสั้น นอกจากนี้ โครงการกรีนฟิลด์จะมีพื้นที่ว่างมากขึ้นสำหรับชั้นวางที่สร้างรายได้เพราะการใช้พื้นที่ห้อง UPS ที่น้อยลง

นอกจากนี้ เดลต้ายังนำเสนอโซลูชัน UPS power แบบสำเร็จรูป ตู้ UPS power ห้องสำหรับเก็บตู้ UPS power โซลูชันดาต้า เซ็นเตอร์ที่ทันสมัยนอกเหนือจาก UPS แบบเดิม โดยตามแนวโน้มในอนาคต เดลต้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดตัว DPS Gen 2 ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงที่สุดในโลกในระดับ 1 และ 1.2 เมกะวัตต์ หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัว UPS 600kW ในซีรีส์เดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคุณสมบัติของ UPS จะมีความหนาแน่นสูงซึ่งจะช่วยตอบสนองความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กที่สุดอีกด้วย

ความสามารถหลักของเดลต้าด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังประสิทธิภาพสูงและความเชี่ยวชาญในการบูรณาการร่วมกับโซลูชันประหยัดพลังงานได้แสดงให้เห็นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดาต้า เซ็นเตอร์สีเขียว ยิ่งไปกว่านั้น ดาต้า เซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์ R&D ในประเทศจีน กลายเป็นแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED v4 ID + C gold ในปี 2018  และดาต้า เซ็นเตอร์ในไทเปได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Platinum green data centre ในปี 2019

Deepak Singh Thakur

เกี่ยวกับผู้เขียน (แขกรับเชิญ)

Deepak Singh Thakur

I lead the profitable growth of the CIS BU in India and SAARC countries, with over 21 years of customer engagement for critical physical infrastructure design build. I’ve got a strong drive to create new solutions that deliver business value, customer success, by innovative professional services and integrated technology solutions, to address customer needs. Besides work, photography and reading management books on sales keep me occupied.

แชร์ facebook linkedin

ร่วมแสดงความเห็น

แสดงความคิดเห็น next